บทที่ 4 อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน

บทที่ 4 : อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน

ป่าต้องห้ามหลังเมืองชิงโจว

ที่ที่แม้แต่ผู้อาวุโสระดับก่อตั้งรากฐานก็ไม่กล้าเข้ามาลึกเกินไป เพราะมีอสูรลมปราณระดับสามอาศัยอยู่มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือที่นี่คือสถานที่ประลองคัดเลือกศิษย์ของสำนักกระบี่สวรรค์ในปีนี้

กฎง่ายมาก ใครหาหินกระบี่สวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในป่าได้สิบก้อนก่อน และนำกลับไปที่แท่นบูชาได้ จะได้เป็นศิษย์สายในของสำนักทันที

เซียวอู๋จี้เดินเข้ามาในป่าด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางสายตาดูถูกของอัจฉริยะจากตระกูลต่างๆ นับร้อยคน

"นั่นมันขยะตระกูลเซียวไม่ใช่หรือ? ได้ยินว่ากลืนพลังพี่ชายตัวเองจนพิการ"

"วิชามารชัดๆ เดี๋ยวก็โดนสำนักกระบี่สวรรค์ประหารหรอก"

"อย่าไปใกล้มันเลย เดี๋ยวโดนกลืนพลังไปด้วย"

เซียวอู๋จี้ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น บัวอสุรานิรันดร์ในร่างของเขากำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะมันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เย็นจัดในป่านี้

ครรภ์น้ำแข็งเก้าตาย

เลือดของเขาที่มีไฟอสุรานิรันดร์ไหลเวียนอยู่รู้สึกได้ถึงความเย็นนั้นเหมือนแม่เหล็ก

เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเสียงของคนอื่นเริ่มเงียบหายไป ต้นไม้รอบตัวสูงขึ้น อากาศเย็นลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว

และแล้วเขาก็เห็นเธอ

ใต้ต้นบัวหิมะพันปีต้นหนึ่ง หญิงสาวในชุดขาวราวหิมะนั่งขัดสมาธิอยู่ ผมยาวสีดำสนิทปล่อยสยายลงมาถึงพื้น ใบหน้าของนางงดงามจนไม่เหมือนมนุษย์ แต่ซีดขาวเหมือนไม่มีเลือด

รอบตัวนาง น้ำแข็งเกาะหนาเป็นวงกว้าง แม้แต่ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ก็กลายเป็นน้ำแข็ง

หลินชิงเยว่

ธิดาอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองชิงโจว ผู้ที่ถูกขนานนามว่าคุณหนูน้ำแข็ง

ตอนนี้ริมฝีปากของนางกลายเป็นสีม่วงเข้ม ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เหงื่อที่เป็นน้ำแข็งเกาะอยู่บนหน้าผาก

ครรภ์น้ำแข็งเก้าตายกำลังกำเริบ ก่อนวันเพ็ญสามวัน

"อย่าเข้ามา..." นางลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเหมือนน้ำแข็งหมื่นปี "ข้าไม่อยากฆ่าเจ้า... ออกไป..."

เซียวอู๋จี้หยุดยืนอยู่ห่างจากนางสิบก้าว เขามองดูอาการของนางอย่างพิจารณา

ในชาติก่อน เขาเคยเห็นคนที่มีร่างกายแบบนี้มาแล้ว ร่างกายที่ถูกสวรรค์สาปให้ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความเย็นสุดขั้วตลอดชีวิต เพื่อแลกกับพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อบรรลุ

วิธีแก้มีเพียงสองทาง หนึ่งคือตาย สองคือไฟที่ร้อนแรงกว่าไฟของสวรรค์

ไฟอสุรานิรันดร์

"เจ้าทนได้อีกนานแค่ไหน?" เขาถาม

"ไม่เกี่ยวกับเจ้า!" หลินชิงเยว่กัดฟัน "ขยะตระกูลเซียว... ข้าเคยได้ยินชื่อเจ้า... ออกไปซะ ก่อนที่ข้าจะควบคุมพลังไม่ได้แล้วแช่แข็งเจ้าตาย..."

"เจ้าจะตายก่อนข้า"

เซียวอู๋จี้ก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง น้ำแข็งใต้เท้าของเขาเริ่มละลายกลายเป็นไอน้ำด้วยความร้อนจากเส้นลมปราณอสุราของเขา

หลินชิงเยว่เบิกตากว้าง

ความเย็นที่แม้แต่ผู้อาวุโสระดับก่อตั้งรากฐานยังต้องถอยห่าง กลับทำอะไรเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้

"เจ้า..."

เซียวอู๋จี้คุกเข่าลงตรงหน้านาง ยื่นมือขวาที่มีเปลวไฟสีดำอ่อนๆ ลุกโชนอยู่ไปตรงหน้านาง

"ข้าช่วยเจ้าได้"

"แลกกับอะไร?" หลินชิงเยว่ไม่ได้โง่ นางรู้ว่าไม่มีของฟรีในโลกของผู้บ่มเพาะ

"เป็นดาบของข้า"

"ดาบ?"

"ใช่" ดวงตาสีดำของเซียวอู๋จี้จ้องเข้าไปในดวงตาน้ำแข็งของนาง "เป็นดาบที่ข้าไว้ใจให้ยืนอยู่ข้างหลังข้าได้ ดาบที่จะไม่แทงข้างหลังข้าเหมือนที่คนอื่นเคยทำ"

ประโยคสุดท้ายของเขามีความเจ็บปวดที่ฝังลึกจนหลินชิงเยว่สัมผัสได้

นางมองมือที่มีไฟสีดำของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความทรมานจากครรภ์น้ำแข็งทำให้สติของนางเริ่มพร่ามัว หากวันนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ นางอาจจะกลายเป็นน้ำแข็งไปจริงๆ และต้องพลาดการประลอง

"ข้าจะเป็นดาบของเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าอ่อนแอกว่าเจ้า..."

"ตอนนี้อ่อนแอ แต่อนาคต... เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าทุกคนบนสวรรค์"

เซียวอู๋จี้วางมือลงบนหน้าผากของนางเบาๆ

พรึ่บ!

ไฟอสุรานิรันดร์สีดำพุ่งเข้าไปในร่างของหลินชิงเยว่ ปะทะกับครรภ์น้ำแข็งเก้าตายสีขาวที่อยู่ในช่องท้องของนาง

"อ๊า!"

หลินชิงเยว่กรีดร้องออกมา ไม่ใช่เพราะเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ร้อนสุดขั้วและเย็นสุดขั้วกำลังต่อสู้กันในร่างของนาง

น้ำแข็งรอบตัวนางละลายอย่างรวดเร็ว ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมทั้งสองคนไว้

ในไอน้ำนั้น เซียวอู๋จี้เห็นรอยสักรูปดอกบัวน้ำแข็งสีขาวที่กลางหน้าผากของนางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสลับขาว

ครรภ์น้ำแข็งเก้าตายไม่ได้หายไป แต่มันถูกไฟอสุราผนึกไว้ชั่วคราว

หนึ่งเค่อต่อมา ไอน้ำจางหายไป

หลินชิงเยว่ล้มลงไปในอ้อมแขนของเซียวอู๋จี้ ใบหน้าของนางกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง ริมฝีปากไม่ม่วงแล้ว

นางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากเย็นชา กลายเป็นความซับซ้อน

"ทำไม... ทำไมเจ้าต้องช่วยข้า ทั้งที่เราเป็นศัตรูกัน..."

"ตระกูลเป็นศัตรูกัน แต่เราไม่ใช่" เซียวอู๋จี้ยืนขึ้น ดึงนางให้ลุกขึ้นด้วย "จำพันธสัญญาไว้ ตั้งแต่วันนี้ เจ้าคือดาบของข้า"

หลินชิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนางก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครในเมืองชิงโจวเคยเห็นมาก่อน

นางคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเขา

"หลินชิงเยว่... ยินดีเป็นดาบของนายน้อย"

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ในพุ่มไม้ห่างออกไปร้อยเมตร ชายแก่ในชุดขาดรุ่งริ่งที่ถือขวดเหล้าอยู่ตลอดเวลา กำลังมองภาพนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง

"ไฟอสุรานิรันดร์... วิชากลืนวิญญาณ... ไอ้หนูบ้านี่... มันกลับมาแล้วหรือ..."

ชายแก่คนนั้นคือผู้อาวุโสเทียนเจี้ยน ตาแก่ขี้เมาประจำสำนักกระบี่สวรรค์ ผู้ที่เคยเป็นเพื่อนกับจอมเทพอสุราเมื่อสามพันปีก่อน

"เรื่องสนุกกำลังจะเริ่มแล้วสิ"

เขายกเหล้าขึ้นดื่มแล้วหัวเราะเสียงดังลั่นป่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป